29
การรับประกันแผงโซล่าเซลล์หรือแผง Solar Cell System และอุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า (INVERTER) ต้องดูเงื่อนไขอะไรบ้าง
กรอ-กฟผ

เอกสารรับประกันควรแยกให้ชัดระหว่างการรับประกันตัวสินค้า การรับประกันประสิทธิภาพของแผง การรับประกันงานติดตั้ง และเงื่อนไขการเคลม เพราะแต่ละส่วนอาจมีผู้รับผิดชอบและระยะเวลาต่างกัน.

การรับประกันแผงโซล่าเซลล์และอินเวอร์เตอร์ ต้องดูอะไรบ้าง?

แผงโซล่าเซลล์และอินเวอร์เตอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ การตรวจสอบระยะเวลารับประกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นก่อนตัดสินใจติดตั้ง Solar Rooftop

อย่างไรก็ตาม คำว่า “รับประกัน 25–30 ปี” ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นจะได้รับการซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เพราะระบบโซล่าเซลล์มีการรับประกันหลายประเภทและแต่ละประเภทครอบคลุมความเสียหายแตกต่างกัน

ก่อนเลือกบริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์ ควรแยกการรับประกันออกเป็นอย่างน้อยสี่ส่วน ได้แก่ การรับประกันผลิตภัณฑ์ของแผง การรับประกันประสิทธิภาพ การรับประกันอินเวอร์เตอร์ และการรับประกันงานติดตั้ง

1. การรับประกันผลิตภัณฑ์ของแผงโซล่าเซลล์

Product Warranty หรือการรับประกันผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมข้อบกพร่องที่เกิดจากวัสดุหรือกระบวนการผลิตตามเงื่อนไขของผู้ผลิต ตัวอย่างปัญหาที่อาจอยู่ภายใต้การรับประกัน ได้แก่

  • กระจกหรือกรอบแผงมีข้อบกพร่องจากการผลิต
  • กล่องรวมสายหรือ Junction Box ชำรุด
  • ขั้วต่อหรือสายไฟประจำแผงมีปัญหา
  • ชั้นวัสดุภายในแผงแยกตัวผิดปกติ
  • ความเสียหายอื่นที่ผู้ผลิตตรวจสอบแล้วว่าเกิดจากการผลิต

ระยะรับประกันไม่ได้เท่ากันทุกผลิตภัณฑ์ บางรุ่นอาจรับประกันผลิตภัณฑ์ 12 หรือ 15 ปี ขณะที่ผลิตภัณฑ์บางกลุ่มอาจให้ระยะเวลานานกว่า

ตัวอย่างเช่น เอกสารรับประกันของ JinkoSolar บางรุ่นระบุการรับประกันผลิตภัณฑ์ 12 หรือ 15 ปี ส่วนระยะรับประกันกำลังผลิตอยู่ที่ 30 ปี แสดงให้เห็นว่าแม้เป็นผู้ผลิตรายเดียวกัน แต่เงื่อนไขก็ยังแตกต่างตามรุ่น เอกสารรับประกัน JinkoSolar

เจ้าของระบบจึงต้องตรวจสอบจากหมายเลขรุ่นและเอกสารที่ใช้กับสินค้าที่ติดตั้งจริง ไม่ควรอ้างอิงจากโฆษณาของผลิตภัณฑ์รุ่นอื่น

2. การรับประกันประสิทธิภาพของแผง

Performance Warranty หรือ Power Output Warranty เป็นการรับประกันว่าแผงจะยังมีกำลังผลิตไม่น้อยกว่าเกณฑ์ที่ผู้ผลิตระบุเมื่อวัดภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด

ตัวอย่างรูปแบบการรับประกันอาจประกอบด้วย:

  • อัตราการเสื่อมในปีแรก
  • อัตราการเสื่อมต่อปีตั้งแต่ปีที่สอง
  • กำลังผลิตขั้นต่ำเมื่อสิ้นสุดปีที่ 25 หรือ 30
  • วิธีทดสอบและค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องมือ
  • ห้องปฏิบัติการที่ผู้ผลิตยอมรับ
  • วิธีชดเชยเมื่อกำลังผลิตต่ำกว่าเกณฑ์

เอกสารรับประกัน LONGi บางรุ่นระบุว่าแผง Hi-MO 5 มีการรับประกันประสิทธิภาพ 30 ปี โดยมีค่ากำลังผลิตปลายระยะเวลาตามเงื่อนไขเฉพาะของรุ่น ขณะที่ Hi-MO 7 ใช้อัตราการเสื่อมและค่ากำลังผลิตขั้นต่ำอีกชุดหนึ่ง เอกสารรับประกัน LONGi

ดังนั้น ข้อความว่า “ไม่ต่ำกว่า 90% ในปีที่ 1–10 และ 80% ในปีที่ 11–25” ไม่สามารถนำมาใช้กับแผงทุกรุ่นได้

การรับประกันประสิทธิภาพไม่ได้รับประกันค่าไฟที่ประหยัดได้

การรับประกันกำลังผลิตของแผงแตกต่างจากการรับประกันพลังงานที่ระบบผลิตได้จริง เพราะผลผลิตของ Solar Rooftop ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น

  • ความเข้มของแสงอาทิตย์
  • อุณหภูมิของแผง
  • เงาบดบัง
  • ฝุ่นและสิ่งสกปรก
  • ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์
  • การสูญเสียในสายไฟ
  • การหยุดทำงานของระบบ
  • การใช้ไฟฟ้าของอาคาร

หากเจ้าของโครงการต้องการการรับประกันหน่วยไฟฟ้าหรือผลประหยัด ควรมีข้อตกลงแยกต่างหากในสัญญากับบริษัทรับติดตั้งโซล่าเซลล์ โดยระบุวิธีวัด สมมติฐาน และข้อยกเว้นอย่างชัดเจน

3. การรับประกันอินเวอร์เตอร์

อินเวอร์เตอร์ทำหน้าที่เปลี่ยนไฟฟ้ากระแสตรงจากแผงโซล่าเซลล์ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับสำหรับใช้งานภายในอาคาร อินเวอร์เตอร์เป็นอุปกรณ์แยกจากแผง จึงมีเอกสารและระยะเวลารับประกันเป็นของตนเอง

ระยะรับประกันอินเวอร์เตอร์อาจอยู่ที่ประมาณ 5–10 ปี หรือมากกว่านั้นตามยี่ห้อ รุ่น กำลังไฟ และประเทศที่จำหน่าย บางผลิตภัณฑ์สามารถซื้อระยะรับประกันเพิ่มเติมได้

ตัวอย่างข้อมูลจาก Huawei ประเทศไทยระบุการรับประกันอินเวอร์เตอร์ 10 ปีในแพ็กเกจติดตั้งบางประเภท แต่ระบุด้วยว่าการรับประกันและบริการหลังการขายแตกต่างกันตามผู้ให้บริการ Huawei FusionSolar Thailand

ก่อนเลือกอินเวอร์เตอร์ควรตรวจสอบว่า:

  • เริ่มนับระยะรับประกันจากวันใด
  • ต้องลงทะเบียนผลิตภัณฑ์หรือไม่
  • ครอบคลุมค่าอะไหล่ ค่าแรง และค่าเดินทางหรือไม่
  • เปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่หรือเครื่องซ่อม
  • ระยะเวลารอสินค้าเปลี่ยนนานเท่าใด
  • มีศูนย์บริการหรือตัวแทนในประเทศไทยหรือไม่
  • สามารถต่อระยะเวลารับประกันได้หรือไม่
  • ระบบ Monitoring และอุปกรณ์เสริมอยู่ในการรับประกันหรือไม่

4. การรับประกันงานติดตั้ง

การรับประกันจากผู้ผลิตอุปกรณ์ไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากการติดตั้งผิดวิธีเสมอไป จึงต้องมีการรับประกันผลงานจากบริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์แยกต่างหาก

การรับประกันงานติดตั้งควรระบุความรับผิดชอบเกี่ยวกับ:

  • จุดยึดและโครงสร้างรองรับแผง
  • งานเดินสายไฟ
  • การเข้าหัวสายและขั้วต่อ
  • ตู้ควบคุมและอุปกรณ์ป้องกัน
  • ระบบกราวด์
  • การรั่วซึมที่เกิดจากงานติดตั้ง
  • การตั้งค่าอินเวอร์เตอร์
  • การแก้ไขงานที่ไม่เป็นไปตามแบบ

ควรระบุระยะเวลาตอบกลับ วิธีแจ้งปัญหา ค่าเดินทาง และผู้รับผิดชอบไว้อย่างชัดเจนในสัญญา ไม่ควรใช้เพียงคำว่า “รับประกันงานติดตั้ง” โดยไม่มีรายละเอียดประกอบ

ข้อยกเว้นที่อาจทำให้การรับประกันสิ้นสุด

ข้อยกเว้นจะแตกต่างกันตามผู้ผลิต แต่กรณีที่มักพบในเอกสารรับประกัน ได้แก่

  1. ดัดแปลงหรือซ่อมอุปกรณ์โดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต
  2. ติดตั้งไม่เป็นไปตามคู่มือของผู้ผลิต
  3. ใช้อุปกรณ์ผิดประเภทหรือเกินค่าพิกัด
  4. เคลื่อนย้ายแผงโดยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
  5. ทำความสะอาดด้วยสารเคมีหรืออุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม
  6. ไม่บำรุงรักษาตามคู่มือ
  7. ความเสียหายจากไฟไหม้ น้ำท่วม ฟ้าผ่า ลมรุนแรง หรือลูกเห็บ
  8. ความเสียหายจากบุคคล สัตว์ หรือวัตถุตกกระแทก
  9. หมายเลขประจำเครื่องหรือฉลากผลิตภัณฑ์สูญหาย
  10. ไม่สามารถแสดงหลักฐานการซื้อและเอกสารการติดตั้ง

ภัยธรรมชาติบางประเภทอาจไม่อยู่ในการรับประกันสินค้า แต่สามารถพิจารณาความคุ้มครองผ่านประกันภัยทรัพย์สินหรือประกันภัยระบบโซล่าเซลล์เพิ่มเติมได้

เมื่อแผงผลิตไฟต่ำกว่าที่รับประกันต้องทำอย่างไร?

หากสงสัยว่าแผงมีปัญหา ไม่ควรสรุปทันทีว่าเกิดจากประสิทธิภาพของแผง เพราะกำลังผลิตที่ลดลงอาจเกิดจากฝุ่น เงาบดบัง อินเวอร์เตอร์ สายไฟ หรือการตั้งค่าระบบ

ขั้นตอนตรวจสอบเบื้องต้นควรประกอบด้วย:

  1. ตรวจสอบข้อมูลจากระบบ Monitoring
  2. เปรียบเทียบผลผลิตกับช่วงเวลาเดียวกัน
  3. ตรวจสอบการแจ้งเตือนของอินเวอร์เตอร์
  4. ตรวจสอบเงาและความสะอาดของแผง
  5. ให้บริษัทผู้ติดตั้งตรวจวัดระบบ
  6. ตรวจสอบหมายเลขรุ่นและเอกสารรับประกัน
  7. ติดต่อผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายตามขั้นตอนการเคลม

การพิสูจน์ว่ากำลังผลิตต่ำกว่าเกณฑ์อาจต้องทดสอบภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด และอาจมีค่าใช้จ่ายในการถอด ขนส่ง หรือตรวจสอบ หากผลการทดสอบไม่เข้าเงื่อนไขรับประกัน

เอกสารที่ควรได้รับหลังติดตั้ง

เจ้าของระบบควรเก็บเอกสารต่อไปนี้ตลอดอายุโครงการ:

  • ใบเสนอราคาและสัญญาติดตั้ง
  • รายการยี่ห้อและรุ่นของอุปกรณ์
  • หมายเลขประจำเครื่องของแผงและอินเวอร์เตอร์
  • ใบรับประกันผลิตภัณฑ์
  • ใบรับประกันประสิทธิภาพ
  • ใบรับประกันงานติดตั้ง
  • ใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อ
  • แบบระบบไฟฟ้าและแบบติดตั้ง
  • รายงานการทดสอบก่อนส่งมอบ
  • คู่มือใช้งานและบำรุงรักษา
  • ข้อมูลบัญชีระบบ Monitoring
  • ช่องทางติดต่อผู้ผลิตและบริษัทผู้ติดตั้ง

เช็กลิสต์ก่อนเลือกซื้อระบบ Solar Rooftop

ก่อนลงนามในสัญญา ควรถามบริษัทรับติดตั้งโซล่าเซลล์ให้ชัดเจนว่า:

  • แผงและอินเวอร์เตอร์เป็นรุ่นใด
  • รับประกันผลิตภัณฑ์กี่ปี
  • รับประกันประสิทธิภาพกี่ปี
  • รับประกันงานติดตั้งกี่ปี
  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบการเคลม
  • ค่าแรงและค่าขนส่งรวมอยู่หรือไม่
  • ต้องลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ภายในกี่วัน
  • มีตัวแทนหรือศูนย์บริการในประเทศไทยหรือไม่
  • หากบริษัทผู้ติดตั้งหยุดกิจการจะติดต่อใคร
  • มีบริการตรวจสอบและบำรุงรักษาหลังติดตั้งหรือไม่

สรุป

การรับประกันแผงโซล่าเซลล์และอินเวอร์เตอร์ไม่ควรพิจารณาจากจำนวนปีเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญกว่าคือประเภทความคุ้มครอง เงื่อนไขการเคลม ข้อยกเว้น ผู้รับผิดชอบ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น

ควรตรวจสอบเอกสารของยี่ห้อและรุ่นที่จะติดตั้งจริง พร้อมแยกการรับประกันผลิตภัณฑ์ การรับประกันประสิทธิภาพ การรับประกันอินเวอร์เตอร์ และการรับประกันงานติดตั้งออกจากกันอย่างชัดเจน

Brilliant Power ยินดีให้คำปรึกษา สำรวจพื้นที่ และประเมินระบบ Solar Rooftop เบื้องต้น พร้อมให้ข้อมูลอุปกรณ์ เงื่อนไขรับประกัน และขอบเขตบริการก่อนตัดสินใจติดตั้ง

คำถามที่พบบ่อย

แผงโซล่าเซลล์รับประกันกี่ปี?

ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่น โดยต้องแยกระหว่างการรับประกันผลิตภัณฑ์กับการรับประกันประสิทธิภาพ ซึ่งอาจมีระยะเวลาไม่เท่ากัน

รับประกันประสิทธิภาพ 30 ปี หมายถึงเปลี่ยนแผงฟรีหรือไม่?

ไม่จำเป็น เงื่อนไขการแก้ไขอาจเป็นการซ่อม เปลี่ยน ชดเชยกำลังผลิต หรือวิธีอื่นตามที่ผู้ผลิตกำหนด ต้องตรวจสอบจากเอกสารรับประกันฉบับจริง

อินเวอร์เตอร์รับประกันเท่ากับแผงหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่เท่ากัน อินเวอร์เตอร์มีระยะและเงื่อนไขรับประกันแยกจากแผง และบางรุ่นสามารถซื้อระยะรับประกันเพิ่มเติมได้

ใครเป็นผู้ดำเนินการเคลมอุปกรณ์?

ขึ้นอยู่กับสัญญา อาจเป็นบริษัทติดตั้ง ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ผลิต เจ้าของโครงการควรขอขั้นตอนและช่องทางติดต่อไว้ตั้งแต่ก่อนติดตั้งครับ



ปกติแล้วบริษัทผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์หรือโซล่าเซลล์ ราคาถูกจะรับประกันความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของแผงเซลล์แสงอาทิตย์เป็นเวลา 12 ปี และรับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของแผงโซล่าเซลล์เป็นเวลา 25 ปี โดยมีประสิทธิภาพการผลิตไม่ต่ำกว่า 90% ในปีที่ 1-10 และไม่ต่ำกว่า 80% ในปีที่ 11-25

หากพบว่ามีความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของแผงเซลล์แสงอาทิตย์หรือไม่ได้ประสิทธิภาพตามที่รับประกันจากการใช้งานปกติ เจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์หรือ Solar Cell System มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อความชำรุดบกพร่องเสียหายหรือไม่ได้ประสิทธิภาพ ทั้งนี้ความรับผิดในการประกันความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายหรือไม่ได้ประสิทธิภาพนั้น
ไม่รวมกรณีที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้รับความเสียหายอันเกิดจากกรณีดังต่อไปนี้

1. มีการดัดแปลง เปลี่ยนสภาพ หรือต่อเติมที่ต่างไปจากผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่ผู้ผลิตแผงเซลล์ แสงอาทิตย์หรือ Solar Cell System จัดจำหน่าย

2. เสียหายจาก เหตุภัยธรรมชาติ อาทิเช่น พายุ ฟ้าผ่า ลูกเห็บ เขม่าควันไฟ ฝุ่นพิษ มลภาวะ

3. การทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์อย่างผิดวิธี ที่ไม่ได้เป็นไปตามคู่มือการดูแลแผงเซลล์ แสงอาทิตย์จากผู้จัดจำหน่าย

4. การกระทำโดยเจตนาหรือไม่เจตนาอันเกิดจากบุคคล เช่น เสียหายจากเครื่องกระสุนปืน พลุ หรือ ประทัด และสิ่งของใดๆที่ตกลงมาใส่แผงโซล่าเซลล์ทำให้ได้รับความเสียหาย

ในส่วนของการรับประกันอินเวอร์เตอร์นั้น ปกติแล้ว ผู้ผลิตหรือตัวแทนจัดจำหน่ายจะรับประกันเป็นระยะเวลา 10 ปี และสามารถต่ออายุประกันได้นานสูงสุด 20 ปี หากพบว่าความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของอินเวอร์เตอร์จากการใช้งานปกติในระยะเวลารับประกัน ผู้ผลิตหรือบริษัทจัดจำหน่ายมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อความชำรุดบกพร่องเสียหายหรือไม่ได้ประสิทธิภาพ

เรายินดีให้คำปรึกษาในการติดตั้งSolar Cell Systemบนหลังคา สำรวจและประเมินราคา ฟรี นอกจากนี้เรายังมีทีมงานมืออาชีพ ในการยื่นขอใบอนุญาตต่างๆในการติดตั้งให้ลูกค้าทุกท่าน

ก่อนรับมอบระบบ ควรเก็บหมายเลขอุปกรณ์ ใบรับประกัน ผลการทดสอบ คู่มือ และช่องทางติดต่อบริการหลังการขาย เพื่อให้ตรวจสอบสิทธิและดำเนินการได้รวดเร็วเมื่อเกิดปัญหา.