การรับประกันแผงโซล่าเซลล์หรือแผง Solar Cell System และอุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า (INVERTER) ต้องดูเงื่อนไขอะไรบ้าง
การรับประกันแผงโซล่าเซลล์หรือแผง Solar Cell System และอุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า (INVERTER) ต้องดูเงื่อนไขอะไรบ้าง
เอกสารรับประกันควรแยกให้ชัดระหว่างการรับประกันตัวสินค้า การรับประกันประสิทธิภาพของแผง การรับประกันงานติดตั้ง และเงื่อนไขการเคลม เพราะแต่ละส่วนอาจมีผู้รับผิดชอบและระยะเวลาต่างกัน.
การรับประกันแผงโซล่าเซลล์และอินเวอร์เตอร์ ต้องดูอะไรบ้าง?
แผงโซล่าเซลล์และอินเวอร์เตอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ การตรวจสอบระยะเวลารับประกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นก่อนตัดสินใจติดตั้ง Solar Rooftop
อย่างไรก็ตาม คำว่า “รับประกัน 25–30 ปี” ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นจะได้รับการซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เพราะระบบโซล่าเซลล์มีการรับประกันหลายประเภทและแต่ละประเภทครอบคลุมความเสียหายแตกต่างกัน
ก่อนเลือกบริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์ ควรแยกการรับประกันออกเป็นอย่างน้อยสี่ส่วน ได้แก่ การรับประกันผลิตภัณฑ์ของแผง การรับประกันประสิทธิภาพ การรับประกันอินเวอร์เตอร์ และการรับประกันงานติดตั้ง
1. การรับประกันผลิตภัณฑ์ของแผงโซล่าเซลล์
Product Warranty หรือการรับประกันผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมข้อบกพร่องที่เกิดจากวัสดุหรือกระบวนการผลิตตามเงื่อนไขของผู้ผลิต ตัวอย่างปัญหาที่อาจอยู่ภายใต้การรับประกัน ได้แก่
- กระจกหรือกรอบแผงมีข้อบกพร่องจากการผลิต
- กล่องรวมสายหรือ Junction Box ชำรุด
- ขั้วต่อหรือสายไฟประจำแผงมีปัญหา
- ชั้นวัสดุภายในแผงแยกตัวผิดปกติ
- ความเสียหายอื่นที่ผู้ผลิตตรวจสอบแล้วว่าเกิดจากการผลิต
ระยะรับประกันไม่ได้เท่ากันทุกผลิตภัณฑ์ บางรุ่นอาจรับประกันผลิตภัณฑ์ 12 หรือ 15 ปี ขณะที่ผลิตภัณฑ์บางกลุ่มอาจให้ระยะเวลานานกว่า
ตัวอย่างเช่น เอกสารรับประกันของ JinkoSolar บางรุ่นระบุการรับประกันผลิตภัณฑ์ 12 หรือ 15 ปี ส่วนระยะรับประกันกำลังผลิตอยู่ที่ 30 ปี แสดงให้เห็นว่าแม้เป็นผู้ผลิตรายเดียวกัน แต่เงื่อนไขก็ยังแตกต่างตามรุ่น เอกสารรับประกัน JinkoSolar
เจ้าของระบบจึงต้องตรวจสอบจากหมายเลขรุ่นและเอกสารที่ใช้กับสินค้าที่ติดตั้งจริง ไม่ควรอ้างอิงจากโฆษณาของผลิตภัณฑ์รุ่นอื่น
2. การรับประกันประสิทธิภาพของแผง
Performance Warranty หรือ Power Output Warranty เป็นการรับประกันว่าแผงจะยังมีกำลังผลิตไม่น้อยกว่าเกณฑ์ที่ผู้ผลิตระบุเมื่อวัดภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด
ตัวอย่างรูปแบบการรับประกันอาจประกอบด้วย:
- อัตราการเสื่อมในปีแรก
- อัตราการเสื่อมต่อปีตั้งแต่ปีที่สอง
- กำลังผลิตขั้นต่ำเมื่อสิ้นสุดปีที่ 25 หรือ 30
- วิธีทดสอบและค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องมือ
- ห้องปฏิบัติการที่ผู้ผลิตยอมรับ
- วิธีชดเชยเมื่อกำลังผลิตต่ำกว่าเกณฑ์
เอกสารรับประกัน LONGi บางรุ่นระบุว่าแผง Hi-MO 5 มีการรับประกันประสิทธิภาพ 30 ปี โดยมีค่ากำลังผลิตปลายระยะเวลาตามเงื่อนไขเฉพาะของรุ่น ขณะที่ Hi-MO 7 ใช้อัตราการเสื่อมและค่ากำลังผลิตขั้นต่ำอีกชุดหนึ่ง เอกสารรับประกัน LONGi
ดังนั้น ข้อความว่า “ไม่ต่ำกว่า 90% ในปีที่ 1–10 และ 80% ในปีที่ 11–25” ไม่สามารถนำมาใช้กับแผงทุกรุ่นได้
การรับประกันประสิทธิภาพไม่ได้รับประกันค่าไฟที่ประหยัดได้
การรับประกันกำลังผลิตของแผงแตกต่างจากการรับประกันพลังงานที่ระบบผลิตได้จริง เพราะผลผลิตของ Solar Rooftop ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น
- ความเข้มของแสงอาทิตย์
- อุณหภูมิของแผง
- เงาบดบัง
- ฝุ่นและสิ่งสกปรก
- ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์
- การสูญเสียในสายไฟ
- การหยุดทำงานของระบบ
- การใช้ไฟฟ้าของอาคาร
หากเจ้าของโครงการต้องการการรับประกันหน่วยไฟฟ้าหรือผลประหยัด ควรมีข้อตกลงแยกต่างหากในสัญญากับบริษัทรับติดตั้งโซล่าเซลล์ โดยระบุวิธีวัด สมมติฐาน และข้อยกเว้นอย่างชัดเจน
3. การรับประกันอินเวอร์เตอร์
อินเวอร์เตอร์ทำหน้าที่เปลี่ยนไฟฟ้ากระแสตรงจากแผงโซล่าเซลล์ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับสำหรับใช้งานภายในอาคาร อินเวอร์เตอร์เป็นอุปกรณ์แยกจากแผง จึงมีเอกสารและระยะเวลารับประกันเป็นของตนเอง
ระยะรับประกันอินเวอร์เตอร์อาจอยู่ที่ประมาณ 5–10 ปี หรือมากกว่านั้นตามยี่ห้อ รุ่น กำลังไฟ และประเทศที่จำหน่าย บางผลิตภัณฑ์สามารถซื้อระยะรับประกันเพิ่มเติมได้
ตัวอย่างข้อมูลจาก Huawei ประเทศไทยระบุการรับประกันอินเวอร์เตอร์ 10 ปีในแพ็กเกจติดตั้งบางประเภท แต่ระบุด้วยว่าการรับประกันและบริการหลังการขายแตกต่างกันตามผู้ให้บริการ Huawei FusionSolar Thailand
ก่อนเลือกอินเวอร์เตอร์ควรตรวจสอบว่า:
- เริ่มนับระยะรับประกันจากวันใด
- ต้องลงทะเบียนผลิตภัณฑ์หรือไม่
- ครอบคลุมค่าอะไหล่ ค่าแรง และค่าเดินทางหรือไม่
- เปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่หรือเครื่องซ่อม
- ระยะเวลารอสินค้าเปลี่ยนนานเท่าใด
- มีศูนย์บริการหรือตัวแทนในประเทศไทยหรือไม่
- สามารถต่อระยะเวลารับประกันได้หรือไม่
- ระบบ Monitoring และอุปกรณ์เสริมอยู่ในการรับประกันหรือไม่
4. การรับประกันงานติดตั้ง
การรับประกันจากผู้ผลิตอุปกรณ์ไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากการติดตั้งผิดวิธีเสมอไป จึงต้องมีการรับประกันผลงานจากบริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์แยกต่างหาก
การรับประกันงานติดตั้งควรระบุความรับผิดชอบเกี่ยวกับ:
- จุดยึดและโครงสร้างรองรับแผง
- งานเดินสายไฟ
- การเข้าหัวสายและขั้วต่อ
- ตู้ควบคุมและอุปกรณ์ป้องกัน
- ระบบกราวด์
- การรั่วซึมที่เกิดจากงานติดตั้ง
- การตั้งค่าอินเวอร์เตอร์
- การแก้ไขงานที่ไม่เป็นไปตามแบบ
ควรระบุระยะเวลาตอบกลับ วิธีแจ้งปัญหา ค่าเดินทาง และผู้รับผิดชอบไว้อย่างชัดเจนในสัญญา ไม่ควรใช้เพียงคำว่า “รับประกันงานติดตั้ง” โดยไม่มีรายละเอียดประกอบ
ข้อยกเว้นที่อาจทำให้การรับประกันสิ้นสุด
ข้อยกเว้นจะแตกต่างกันตามผู้ผลิต แต่กรณีที่มักพบในเอกสารรับประกัน ได้แก่
- ดัดแปลงหรือซ่อมอุปกรณ์โดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต
- ติดตั้งไม่เป็นไปตามคู่มือของผู้ผลิต
- ใช้อุปกรณ์ผิดประเภทหรือเกินค่าพิกัด
- เคลื่อนย้ายแผงโดยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
- ทำความสะอาดด้วยสารเคมีหรืออุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม
- ไม่บำรุงรักษาตามคู่มือ
- ความเสียหายจากไฟไหม้ น้ำท่วม ฟ้าผ่า ลมรุนแรง หรือลูกเห็บ
- ความเสียหายจากบุคคล สัตว์ หรือวัตถุตกกระแทก
- หมายเลขประจำเครื่องหรือฉลากผลิตภัณฑ์สูญหาย
- ไม่สามารถแสดงหลักฐานการซื้อและเอกสารการติดตั้ง
ภัยธรรมชาติบางประเภทอาจไม่อยู่ในการรับประกันสินค้า แต่สามารถพิจารณาความคุ้มครองผ่านประกันภัยทรัพย์สินหรือประกันภัยระบบโซล่าเซลล์เพิ่มเติมได้
เมื่อแผงผลิตไฟต่ำกว่าที่รับประกันต้องทำอย่างไร?
หากสงสัยว่าแผงมีปัญหา ไม่ควรสรุปทันทีว่าเกิดจากประสิทธิภาพของแผง เพราะกำลังผลิตที่ลดลงอาจเกิดจากฝุ่น เงาบดบัง อินเวอร์เตอร์ สายไฟ หรือการตั้งค่าระบบ
ขั้นตอนตรวจสอบเบื้องต้นควรประกอบด้วย:
- ตรวจสอบข้อมูลจากระบบ Monitoring
- เปรียบเทียบผลผลิตกับช่วงเวลาเดียวกัน
- ตรวจสอบการแจ้งเตือนของอินเวอร์เตอร์
- ตรวจสอบเงาและความสะอาดของแผง
- ให้บริษัทผู้ติดตั้งตรวจวัดระบบ
- ตรวจสอบหมายเลขรุ่นและเอกสารรับประกัน
- ติดต่อผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายตามขั้นตอนการเคลม
การพิสูจน์ว่ากำลังผลิตต่ำกว่าเกณฑ์อาจต้องทดสอบภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด และอาจมีค่าใช้จ่ายในการถอด ขนส่ง หรือตรวจสอบ หากผลการทดสอบไม่เข้าเงื่อนไขรับประกัน
เอกสารที่ควรได้รับหลังติดตั้ง
เจ้าของระบบควรเก็บเอกสารต่อไปนี้ตลอดอายุโครงการ:
- ใบเสนอราคาและสัญญาติดตั้ง
- รายการยี่ห้อและรุ่นของอุปกรณ์
- หมายเลขประจำเครื่องของแผงและอินเวอร์เตอร์
- ใบรับประกันผลิตภัณฑ์
- ใบรับประกันประสิทธิภาพ
- ใบรับประกันงานติดตั้ง
- ใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อ
- แบบระบบไฟฟ้าและแบบติดตั้ง
- รายงานการทดสอบก่อนส่งมอบ
- คู่มือใช้งานและบำรุงรักษา
- ข้อมูลบัญชีระบบ Monitoring
- ช่องทางติดต่อผู้ผลิตและบริษัทผู้ติดตั้ง
เช็กลิสต์ก่อนเลือกซื้อระบบ Solar Rooftop
ก่อนลงนามในสัญญา ควรถามบริษัทรับติดตั้งโซล่าเซลล์ให้ชัดเจนว่า:
- แผงและอินเวอร์เตอร์เป็นรุ่นใด
- รับประกันผลิตภัณฑ์กี่ปี
- รับประกันประสิทธิภาพกี่ปี
- รับประกันงานติดตั้งกี่ปี
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบการเคลม
- ค่าแรงและค่าขนส่งรวมอยู่หรือไม่
- ต้องลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ภายในกี่วัน
- มีตัวแทนหรือศูนย์บริการในประเทศไทยหรือไม่
- หากบริษัทผู้ติดตั้งหยุดกิจการจะติดต่อใคร
- มีบริการตรวจสอบและบำรุงรักษาหลังติดตั้งหรือไม่
สรุป
การรับประกันแผงโซล่าเซลล์และอินเวอร์เตอร์ไม่ควรพิจารณาจากจำนวนปีเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญกว่าคือประเภทความคุ้มครอง เงื่อนไขการเคลม ข้อยกเว้น ผู้รับผิดชอบ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น
ควรตรวจสอบเอกสารของยี่ห้อและรุ่นที่จะติดตั้งจริง พร้อมแยกการรับประกันผลิตภัณฑ์ การรับประกันประสิทธิภาพ การรับประกันอินเวอร์เตอร์ และการรับประกันงานติดตั้งออกจากกันอย่างชัดเจน
Brilliant Power ยินดีให้คำปรึกษา สำรวจพื้นที่ และประเมินระบบ Solar Rooftop เบื้องต้น พร้อมให้ข้อมูลอุปกรณ์ เงื่อนไขรับประกัน และขอบเขตบริการก่อนตัดสินใจติดตั้ง
คำถามที่พบบ่อย
แผงโซล่าเซลล์รับประกันกี่ปี?
ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่น โดยต้องแยกระหว่างการรับประกันผลิตภัณฑ์กับการรับประกันประสิทธิภาพ ซึ่งอาจมีระยะเวลาไม่เท่ากัน
รับประกันประสิทธิภาพ 30 ปี หมายถึงเปลี่ยนแผงฟรีหรือไม่?
ไม่จำเป็น เงื่อนไขการแก้ไขอาจเป็นการซ่อม เปลี่ยน ชดเชยกำลังผลิต หรือวิธีอื่นตามที่ผู้ผลิตกำหนด ต้องตรวจสอบจากเอกสารรับประกันฉบับจริง
อินเวอร์เตอร์รับประกันเท่ากับแผงหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่เท่ากัน อินเวอร์เตอร์มีระยะและเงื่อนไขรับประกันแยกจากแผง และบางรุ่นสามารถซื้อระยะรับประกันเพิ่มเติมได้
ใครเป็นผู้ดำเนินการเคลมอุปกรณ์?
ขึ้นอยู่กับสัญญา อาจเป็นบริษัทติดตั้ง ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ผลิต เจ้าของโครงการควรขอขั้นตอนและช่องทางติดต่อไว้ตั้งแต่ก่อนติดตั้งครับ
ปกติแล้วบริษัทผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์หรือโซล่าเซลล์ ราคาถูกจะรับประกันความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของแผงเซลล์แสงอาทิตย์เป็นเวลา 12 ปี และรับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของแผงโซล่าเซลล์เป็นเวลา 25 ปี โดยมีประสิทธิภาพการผลิตไม่ต่ำกว่า 90% ในปีที่ 1-10 และไม่ต่ำกว่า 80% ในปีที่ 11-25
หากพบว่ามีความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของแผงเซลล์แสงอาทิตย์หรือไม่ได้ประสิทธิภาพตามที่รับประกันจากการใช้งานปกติ เจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์หรือ Solar Cell System มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อความชำรุดบกพร่องเสียหายหรือไม่ได้ประสิทธิภาพ ทั้งนี้ความรับผิดในการประกันความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายหรือไม่ได้ประสิทธิภาพนั้น
ไม่รวมกรณีที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้รับความเสียหายอันเกิดจากกรณีดังต่อไปนี้
1. มีการดัดแปลง เปลี่ยนสภาพ หรือต่อเติมที่ต่างไปจากผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่ผู้ผลิตแผงเซลล์ แสงอาทิตย์หรือ Solar Cell System จัดจำหน่าย
2. เสียหายจาก เหตุภัยธรรมชาติ อาทิเช่น พายุ ฟ้าผ่า ลูกเห็บ เขม่าควันไฟ ฝุ่นพิษ มลภาวะ
3. การทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์อย่างผิดวิธี ที่ไม่ได้เป็นไปตามคู่มือการดูแลแผงเซลล์ แสงอาทิตย์จากผู้จัดจำหน่าย
4. การกระทำโดยเจตนาหรือไม่เจตนาอันเกิดจากบุคคล เช่น เสียหายจากเครื่องกระสุนปืน พลุ หรือ ประทัด และสิ่งของใดๆที่ตกลงมาใส่แผงโซล่าเซลล์ทำให้ได้รับความเสียหาย
ในส่วนของการรับประกันอินเวอร์เตอร์นั้น ปกติแล้ว ผู้ผลิตหรือตัวแทนจัดจำหน่ายจะรับประกันเป็นระยะเวลา 10 ปี และสามารถต่ออายุประกันได้นานสูงสุด 20 ปี หากพบว่าความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของอินเวอร์เตอร์จากการใช้งานปกติในระยะเวลารับประกัน ผู้ผลิตหรือบริษัทจัดจำหน่ายมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อความชำรุดบกพร่องเสียหายหรือไม่ได้ประสิทธิภาพ
เรายินดีให้คำปรึกษาในการติดตั้งSolar Cell Systemบนหลังคา สำรวจและประเมินราคา ฟรี นอกจากนี้เรายังมีทีมงานมืออาชีพ ในการยื่นขอใบอนุญาตต่างๆในการติดตั้งให้ลูกค้าทุกท่าน
ก่อนรับมอบระบบ ควรเก็บหมายเลขอุปกรณ์ ใบรับประกัน ผลการทดสอบ คู่มือ และช่องทางติดต่อบริการหลังการขาย เพื่อให้ตรวจสอบสิทธิและดำเนินการได้รวดเร็วเมื่อเกิดปัญหา.