หลังคาของคุณเหมาะกับการติดตั้งโซล่าเซลล์หรือไม่ เช็กโครงสร้าง เงาบัง และพื้นที่ใช้งานก่อนติดตั้ง
หลังคาของคุณเหมาะกับการติดตั้งโซล่าเซลล์หรือไม่ เช็กโครงสร้าง เงาบัง และพื้นที่ใช้งานก่อนติดตั้ง
การประเมินหลังคาควรครอบคลุมอายุและสภาพวัสดุมุงหลังคา ความสามารถรับน้ำหนัก จุดรั่วซึม แนวระบายน้ำ ทางเดินบำรุงรักษา และพื้นที่สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะพื้นที่ว่าง.
การติดตั้ง Solar Rooftop เป็นวิธีนำพื้นที่หลังคามาใช้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบที่ออกแบบเหมาะสมสามารถช่วยลดการซื้อไฟฟ้าจากระบบหลัก และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดของบ้าน อาคาร และโรงงานได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่หลังคาทุกแห่งจะสามารถติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ได้ทันที ก่อนตัดสินใจลงทุนต้องตรวจสอบทั้งความแข็งแรงของโครงสร้าง ทิศทาง มุมเอียง เงาบดบัง วัสดุมุงหลังคา อายุหลังคา และระบบไฟฟ้าภายในอาคาร
การประเมินอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงด้านหลังคารั่ว โครงสร้างรับน้ำหนักไม่เพียงพอ และระบบผลิตไฟฟ้าได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์
1. ตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคา
สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคือโครงสร้างหลังคาสามารถรับน้ำหนักเพิ่มเติมจากแผง โครงยึด สายไฟ และอุปกรณ์ประกอบได้หรือไม่
น้ำหนักและขนาดของแผงแต่ละรุ่นแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้ตัวเลขน้ำหนักต่อแผงแบบเดียวกับทุกโครงการ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงแรงลม จุดยึด สภาพของแปหลังคา และน้ำหนักที่เกิดขึ้นระหว่างการติดตั้งและบำรุงรักษา
หากเป็นอาคารเก่า โรงงานขนาดใหญ่ หรือไม่พบแบบโครงสร้างเดิม ควรให้วิศวกรโยธาหรือวิศวกรโครงสร้างตรวจสอบและรับรองความสามารถในการรับน้ำหนักก่อนติดตั้ง
2. ตรวจสอบทิศทางและมุมเอียง
ประเทศไทยตั้งอยู่ในซีกโลกเหนือ โดยทั่วไปแผงที่หันไปทางทิศใต้และมีมุมเอียงประมาณ 15–20 องศามีโอกาสรับพลังงานแสงอาทิตย์ได้ดีตลอดปี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
อย่างไรก็ตาม หลังคาที่ไม่ได้หันตรงไปทางทิศใต้ยังสามารถติดตั้งได้ ทิศตะวันออกอาจเหมาะกับอาคารที่ใช้ไฟมากในช่วงเช้า ส่วนทิศตะวันตกอาจเหมาะกับอาคารที่ใช้ไฟสูงในช่วงบ่าย
ผลผลิตจริงไม่ควรประเมินจากทิศทางเพียงอย่างเดียว บริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์ควรจำลองกำลังผลิตจากตำแหน่งที่ตั้ง มุมหลังคา สภาพอากาศ และพฤติกรรมการใช้ไฟของอาคารร่วมกัน
3. ตรวจสอบเงาบดบังตลอดทั้งวัน
เงาจากต้นไม้ อาคารข้างเคียง ป้ายโฆษณา ถังน้ำ ปล่องระบายอากาศ และอุปกรณ์บนหลังคาสามารถลดกำลังผลิตของแผงโซล่าเซลล์ได้
ควรสำรวจเงาในหลายช่วงเวลา เพราะตำแหน่งดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลงระหว่างวันและระหว่างฤดูกาล พื้นที่ที่ไม่มีเงาในช่วงเที่ยงอาจถูกบดบังในช่วงเช้าหรือบ่ายได้
หากหลีกเลี่ยงเงาไม่ได้ ผู้ออกแบบอาจพิจารณาแบ่งสตริง ปรับตำแหน่งแผง หรือใช้อุปกรณ์บริหารระดับแผงตามความเหมาะสม แต่ควรเปรียบเทียบต้นทุนกับพลังงานที่คาดว่าจะผลิตเพิ่มขึ้น
4. ตรวจสอบประเภทวัสดุมุงหลังคา
Solar Rooftop สามารถติดตั้งบนหลังคาได้หลายประเภท แต่ต้องเลือกวิธีการยึดให้เหมาะกับวัสดุและโครงสร้างของหลังคาแต่ละชนิด
หลังคาเมทัลชีท
พบได้มากในโรงงานและคลังสินค้า สามารถติดตั้งได้ด้วยอุปกรณ์ยึดที่เหมาะกับรูปแบบสันของแผ่นหลังคา
ต้องตรวจสอบความหนาของแผ่น ตำแหน่งแป การกัดกร่อน สกรูเดิม และรอยรั่วก่อนติดตั้ง ไม่ควรยึดโครงสร้างกับแผ่นเมทัลชีทโดยไม่ตรวจสอบจุดถ่ายแรง
หลังคากระเบื้องคอนกรีตหรือกระเบื้องลอน
ต้องใช้ขายึดที่ออกแบบให้ถ่ายน้ำหนักไปยังโครงสร้างหลังคา การติดตั้งควรระมัดระวังไม่ให้กระเบื้องแตกร้าวหรือเกิดช่องให้น้ำไหลเข้า
หากกระเบื้องมีอายุการใช้งานมานาน ควรตรวจสอบและเปลี่ยนแผ่นที่เสื่อมสภาพก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์
หลังคาคอนกรีตแบน
สามารถใช้โครงสร้างยึดกับพื้นหรือระบบถ่วงน้ำหนักตามการออกแบบ แต่ต้องตรวจสอบระบบกันซึม การระบายน้ำ แรงลม และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
ควรเว้นทางเดินสำหรับตรวจสอบ ทำความสะอาด และเข้าถึงอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัย
หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์
วัสดุประเภทนี้อาจเปราะและแตกหักได้เมื่อมีการเหยียบหรือเจาะ จึงต้องตรวจสอบสภาพแผ่นหลังคาและออกแบบจุดยึดอย่างระมัดระวัง พร้อมกำหนดมาตรการทำงานบนที่สูงที่เหมาะสม
5. ตรวจสอบอายุและสภาพของหลังคา
ระบบโซล่าเซลล์ถูกออกแบบให้ใช้งานเป็นเวลานาน หากหลังคามีแผนซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ในช่วงไม่กี่ปี การติดตั้งทันทีอาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการถอดและติดตั้งแผงใหม่อีกครั้ง
ควรตรวจสอบปัญหาต่อไปนี้ก่อนเริ่มโครงการ:
- หลังคารั่วหรือมีคราบน้ำ
- แผ่นหลังคาแตกร้าว
- โครงสร้างมีสนิมหรือผุกร่อน
- สกรูและอุปกรณ์ยึดเสื่อมสภาพ
- ฉนวนหรือระบบกันซึมชำรุด
- หลังคาทรุดหรือเสียรูป
- มีแผนปรับปรุงหลังคาในอนาคตอันใกล้
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานแนะนำว่า หากมีแผนรื้อหรือปรับปรุงหลังคาภายใน 5–10 ปี ควรพิจารณาติดตั้งระบบพร้อมช่วงปรับปรุงหลังคา เพื่อลดต้นทุนการรื้อและติดตั้งใหม่
6. ตรวจสอบพื้นที่ติดตั้งจริง
พื้นที่หลังคาทั้งหมดไม่เท่ากับพื้นที่ที่สามารถวางแผงได้ทั้งหมด เพราะต้องหักพื้นที่เงาบดบัง ช่องแสง ปล่องระบายอากาศ รางน้ำ อุปกรณ์บนหลังคา และพื้นที่ทางเดิน
ขนาดแผงโซล่าเซลล์แต่ละรุ่นไม่เท่ากัน จึงควรคำนวณจากข้อมูลผลิตภัณฑ์จริง ไม่ควรใช้ตัวเลขพื้นที่ 15 ตารางฟุตต่อแผงกับทุกระบบ
นอกจากพื้นที่วางแผงแล้ว ควรเผื่อพื้นที่สำหรับ:
- การตรวจสอบและทำความสะอาด
- การเข้าถึงอุปกรณ์บนหลังคา
- ระยะห่างจากขอบหลังคา
- การระบายความร้อนใต้แผง
- การป้องกันเงาบังระหว่างแถว
- เส้นทางเดินสายไฟ
7. ตรวจสอบระบบระบายน้ำและความเสี่ยงหลังคารั่ว
การติดตั้งที่ต้องเจาะหลังคาควรมีรายละเอียดการป้องกันน้ำรั่วอย่างชัดเจน วัสดุซีลต้องเหมาะกับประเภทหลังคาและทนต่อสภาพอากาศ
ตำแหน่งแผงและสายไฟต้องไม่กีดขวางทางระบายน้ำ ไม่ทำให้ใบไม้หรือสิ่งสกปรกสะสม และไม่สร้างจุดที่มีน้ำขังบนหลังคา
ควรระบุในสัญญาว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบหากเกิดการรั่วซึมจากงานติดตั้ง รวมถึงระยะเวลารับประกันงานหลังคา
8. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในอาคาร
นอกจากสภาพหลังคาแล้ว ต้องตรวจสอบตู้ไฟหลัก หม้อแปลง จุดเชื่อมต่อ ระบบกราวด์ และอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้าด้วย
ระบบที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายควรได้รับการออกแบบและดำเนินการตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง PEA แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน มีแบบระบบไฟฟ้า เอกสารรับรองผลิตภัณฑ์ และติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ คำแนะนำด้านมาตรฐานและความปลอดภัยจาก PEA
9. ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้ไฟช่วงกลางวัน
หลังคาอาจติดตั้งแผงได้จำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าควรติดตั้งเต็มพื้นที่เสมอไป ขนาดระบบควรสัมพันธ์กับการใช้ไฟในช่วงกลางวัน
สถานที่ที่ใช้ไฟกลางวันมาก เช่น โรงงาน สำนักงาน โรงเรียน และร้านค้า มีโอกาสใช้ไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ได้ทันทีในสัดส่วนสูงกว่าอาคารที่ใช้ไฟส่วนใหญ่ในช่วงกลางคืน
การออกแบบระบบใหญ่เกินไปอาจทำให้มีไฟฟ้าส่วนเกิน จึงควรวิเคราะห์บิลค่าไฟย้อนหลังและข้อมูลการใช้ไฟรายช่วงเวลาก่อนกำหนดขนาดระบบ
ติดตั้งโซล่าเซลล์ด้วยตัวเองได้หรือไม่?
ไม่แนะนำให้ติดตั้ง Solar Rooftop ด้วยตนเอง หากไม่มีความรู้และคุณสมบัติที่เหมาะสม เพราะเกี่ยวข้องกับงานบนที่สูง โครงสร้างหลังคา ไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง อุปกรณ์ป้องกัน และการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าหลัก
การติดตั้งไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดไฟฟ้าดูด อัคคีภัย หลังคารั่ว อุปกรณ์เสียหาย หรือกระทบต่อเงื่อนไขรับประกัน ควรให้บริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์ที่มีวิศวกรและทีมงานที่ผ่านการอบรมเป็นผู้ดำเนินงาน
เช็กลิสต์ก่อนติดตั้ง Solar Rooftop
ก่อนขอใบเสนอราคา ควรตรวจสอบเบื้องต้นดังนี้:
- หลังคามีสภาพแข็งแรงและไม่มีการรั่วซึม
- ไม่มีเงาบดบังเป็นเวลานาน
- มีพื้นที่วางแผงและทางเดินเพียงพอ
- ทิศทางและมุมหลังคาสามารถรับแสงได้ดี
- ไม่มีแผนเปลี่ยนหลังคาในอนาคตอันใกล้
- ระบบไฟฟ้ามีจุดเชื่อมต่อที่เหมาะสม
- มีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน
- สามารถเข้าถึงหลังคาเพื่อบำรุงรักษาได้
- มีวิศวกรตรวจสอบก่อนออกแบบและติดตั้ง
สรุป
หลังคาที่เหมาะกับการติดตั้งโซล่าเซลล์ไม่จำเป็นต้องหันไปทางทิศใต้หรือมีมุมเอียงตามค่าที่กำหนดอย่างสมบูรณ์ แต่ต้องมีโครงสร้างแข็งแรง ได้รับแสงเพียงพอ มีพื้นที่ติดตั้ง และสามารถออกแบบระบบให้ปลอดภัยได้
การประเมินผ่านภาพถ่ายหรือขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรให้บริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์สำรวจหน้างาน ตรวจสอบโครงสร้างและระบบไฟฟ้า ก่อนประเมินกำลังผลิต ราคา และระยะเวลาคืนทุน
Brilliant Power ให้บริการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับโรงงานและธุรกิจ สามารถส่งบิลค่าไฟ แบบอาคาร และภาพหลังคา เพื่อรับการประเมินความเหมาะสมเบื้องต้นได้
คำถามที่พบบ่อย
หลังคาหันไปทางทิศตะวันออกหรือตะวันตกติดโซล่าเซลล์ได้หรือไม่?
ติดตั้งได้ แต่รูปแบบการผลิตไฟจะต่างจากแผงที่หันไปทางทิศใต้ ควรประเมินร่วมกับช่วงเวลาที่อาคารใช้ไฟมากที่สุด
หลังคาเก่าติดตั้งโซล่าเซลล์ได้หรือไม่?
อาจติดตั้งได้หากโครงสร้างยังแข็งแรง แต่ควรให้วิศวกรตรวจสอบ หากมีแผนเปลี่ยนหลังคาเร็ว ๆ นี้ ควรปรับปรุงหลังคาก่อนหรือทำพร้อมกับการติดตั้ง
หลังคาเมทัลชีทเหมาะกับ Solar Rooftop หรือไม่?
เหมาะกับการติดตั้งได้ แต่ต้องตรวจสอบความหนาของแผ่น ตำแหน่งแป สนิม สกรูเดิม และเลือกอุปกรณ์ยึดที่ตรงกับรูปแบบหลังคา
มีเงาบังบางช่วงยังติดตั้งได้หรือไม่?
สามารถออกแบบหลบเงาหรือปรับการแบ่งวงจรได้ แต่ต้องประเมินว่าพลังงานที่สูญเสียไปส่งผลต่อความคุ้มค่าของโครงการมากเพียงใดครับ
แหล่งที่มา :
- EnergySage – ผลกระทบของมุมหลังคาต่อการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์
- Solarimon – ประเภทหลังคาที่เหมาะสมสำหรับแผงโซล่าเซลล์
- Solar.com – หลังคาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแผงโซล่าเซลล์และการเปรียบเทียบหลังคาของคุณ
ควรสำรวจเงาบังตลอดวันและวางตำแหน่งแผงให้สอดคล้องกับโครงสร้างเดิม โดยให้วิศวกรกำหนดวิธียึด ระยะปลอดภัย และแนวเดินสายก่อนเริ่มติดตั้ง.