ภาคอสังหารุกตลาดโซล่าเซลล์ รับโกลบอลเทรนด์ เน้นพลังงานสะอาด
โพสต์เมื่อ : 7 ต.ค 2568 เวลา 2:38 น.
ภาคอสังหารุกตลาดโซล่าเซลล์ รับโกลบอลเทรนด์ เน้นพลังงานสะอาด
ภาคธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยและใช้ชีวิต
ก็พบว่าปัจจุบัน
หันมาให้ความ สนใจและขับเคลื่อนด้านพลังงานสะอาดรับเทรนด์ในอนาคตกันมากขึ้น
ด้วยการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาโครงการต่างๆ นอกจากนี้
ธนาคารกรุงไทยยังได้ประเมินว่า ธุรกิจติดตั้ง Solar
Rooftop มีศักยภาพ ในการเป็นแหล่งรายได้เสริมให้กับ ผู้พัฒนาอสังหาฯ
เนื่องจากมูลค่าตลาดมีแนวโน้มสูงถึง 137,000 ล้าน บาทในช่วง 10
ปีข้างหน้า
โดยจะเห็นได้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หันมาติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้านและอาคารพักอาศัยของโครงการ กันอย่างถ้วนหน้า เพราะนอกจาก จะเพิ่มมูลค่าให้กับตัวโครงการพักอาศัยเองแล้ว ยังมาจากอีกหลายปัจจัยอาทิเช่น
1. การติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาหรือการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา เป็นระบบการผลิตพลังงานที่สะอาด ไม่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศโลก สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
2. สอดรับกับกระแสของโลกที่หันมาพึ่งพิงพลังงานทางเลือกกันมากขึ้นเพราะพลังงานที่ได้จากฟอสซิลมี แนวโน้มที่จะมีราคาสูงอย่างต่อเนื่อง และขบวนการผลิตพลังงานจากฟอสซิลยังปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ออกมายังชั้นบรรยากาศโลกอย่างมหาศาล ในขณะที่ระบบพลังงานทดแทนจากธรรมชาติโดยเฉพาะ ระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีแนวโน้มของต้นทุนการผลิตที่ตํ่าลงและเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม พบว่า การติดตั้งระบบโซล่าเซลล์บนหลังคาในขนาดเล็ก 5-10 kWp เป็นระยะเวลา 25 ปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ถึงเกือบ 60 ต้น
3. การนําพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาใช้ทดแทนพลังงานไฟฟ้านับเป็นหนึ่งในช่องทางสําคัญที่จะช่วยลด ค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรและลูกค้าของโครงการในการซื้อไฟฟ้าจากระบบของรัฐและหันมาใช้ไฟบางส่วน ที่ผลิตได้เองในตอนกลางวัน
4. เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรยุคใหม่ที่ให้ความสําคัญต่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และเพื่อการเติบโตอย่าง ยั่งยืนของบริษัทฯ
นอกเหนือจากการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาในโครงการแล้ว บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ระดับมหาชนหลายราย ยังหันมาร่วมทุนกับบริษัทผู้ออกแบบรับเหมาติดตั้งโซล่าเซลล์เพื่อติดตั้งและให้บริการกับผู้ต้องการลงทุนหรือลูกค้ารายอื่นภายนอกโครงการอีกด้วย โดยแบ่งการให้บริการ ออกเป็น
1. ธุรกิจ ออกแบบ รับเหมาและติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา
2. ธุรกิจจัดจําหน่ายไฟฟ้าที่ ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์
3. ธุรกิจติดตั้งและเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(PARITY) ในกลุ่มโครงการบ้านจัดสรร
จากที่ได้กล่าวมา ถ้านับกําลังผลิตในปัจจุบันของทุกโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่กระโดดลงมาในการลงทุน เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ภายในปีนี้ น่าจะมีมากกว่า 10,000 ครัวเรือน หรือเกือบ 100 MW ที่ใช้พลังงาน สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
จึงนับเป็นสัญญาณการเติบโตของธุรกิจการลงทุนติดตั้งโซล่ารูฟท๊อป หรือระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน แสงอาทิตย์ที่ดีแม้ภาวะการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศไทยยังไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควรท่ามกลางสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
โดยจะเห็นได้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หันมาติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้านและอาคารพักอาศัยของโครงการ กันอย่างถ้วนหน้า เพราะนอกจาก จะเพิ่มมูลค่าให้กับตัวโครงการพักอาศัยเองแล้ว ยังมาจากอีกหลายปัจจัยอาทิเช่น
1. การติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาหรือการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา เป็นระบบการผลิตพลังงานที่สะอาด ไม่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศโลก สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
2. สอดรับกับกระแสของโลกที่หันมาพึ่งพิงพลังงานทางเลือกกันมากขึ้นเพราะพลังงานที่ได้จากฟอสซิลมี แนวโน้มที่จะมีราคาสูงอย่างต่อเนื่อง และขบวนการผลิตพลังงานจากฟอสซิลยังปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ออกมายังชั้นบรรยากาศโลกอย่างมหาศาล ในขณะที่ระบบพลังงานทดแทนจากธรรมชาติโดยเฉพาะ ระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีแนวโน้มของต้นทุนการผลิตที่ตํ่าลงและเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม พบว่า การติดตั้งระบบโซล่าเซลล์บนหลังคาในขนาดเล็ก 5-10 kWp เป็นระยะเวลา 25 ปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ถึงเกือบ 60 ต้น
3. การนําพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาใช้ทดแทนพลังงานไฟฟ้านับเป็นหนึ่งในช่องทางสําคัญที่จะช่วยลด ค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรและลูกค้าของโครงการในการซื้อไฟฟ้าจากระบบของรัฐและหันมาใช้ไฟบางส่วน ที่ผลิตได้เองในตอนกลางวัน
4. เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรยุคใหม่ที่ให้ความสําคัญต่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และเพื่อการเติบโตอย่าง ยั่งยืนของบริษัทฯ
นอกเหนือจากการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาในโครงการแล้ว บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ระดับมหาชนหลายราย ยังหันมาร่วมทุนกับบริษัทผู้ออกแบบรับเหมาติดตั้งโซล่าเซลล์เพื่อติดตั้งและให้บริการกับผู้ต้องการลงทุนหรือลูกค้ารายอื่นภายนอกโครงการอีกด้วย โดยแบ่งการให้บริการ ออกเป็น
1. ธุรกิจ ออกแบบ รับเหมาและติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา
2. ธุรกิจจัดจําหน่ายไฟฟ้าที่ ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์
3. ธุรกิจติดตั้งและเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(PARITY) ในกลุ่มโครงการบ้านจัดสรร
จากที่ได้กล่าวมา ถ้านับกําลังผลิตในปัจจุบันของทุกโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่กระโดดลงมาในการลงทุน เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ภายในปีนี้ น่าจะมีมากกว่า 10,000 ครัวเรือน หรือเกือบ 100 MW ที่ใช้พลังงาน สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
จึงนับเป็นสัญญาณการเติบโตของธุรกิจการลงทุนติดตั้งโซล่ารูฟท๊อป หรือระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน แสงอาทิตย์ที่ดีแม้ภาวะการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศไทยยังไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควรท่ามกลางสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19