ความคุ้มค่าในการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา 

ทำไมการลงทุนในการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและชาญฉลาด ?​

 

          เพราะไฟฟ้าคือพลังงานพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนที่ดำรงชีวิตในเมืองต้องใช้เงินซื้อหาและต้องเผชิญกับค่าไฟที่มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆในทุกปี  ซึ่งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองนั้น เป็นเครื่องจักร หรือ ระบบที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ ราคาที่มียู่แล้วไม่ต้องซื้อหาในธรรมชาติ ให้เปลี่ยนมาเป็นเงินหรือพลังงานไฟฟ้า การติดโซล่าเซลล์เป็นระบบที่มีขบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน การดูแลรักษาก็ง่ายไม่ยุ่งยาก  และที่สำคัญคือลงทุนครั้งเดียวผลิตไฟใช้เองได้ยาวนานขั้นต่ำ 25 ปี  ซึ่งหมายความว่าต้นทุนการผลิตไฟใช้เองที่ได้จะเป็นราคาเดียวตลอดระยะเวลา 25 ปี  เทียบกับการซื้อไฟฟ้าจากระบบสายส่งหรือจากการไฟฟ้าที่มีแต่จะสูงขึ้นในอนาคต  และในปัจจุบันต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ผลิตได้จากการติดโซล่า รูฟท็อป (solar rooftop) หรือพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ในระยะยาว มีราคาถูกกว่าการซื้อไฟฟ้าจากระบบสายส่ง หรือจากการไฟฟ้าเป็นเท่าตัว 

 

          ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังมีนโยบายให้ภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ที่ลงทุนด้านพลังงานทดแทนในกิจการนั้นๆ ได้อีก โดยให้ผู้ประกอบการนำมูลค่า 50% ของมูลค่าการลงทุนในการติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาอาคาร  ไปใช้ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลได้โดยตรงเป็นเวลา 3 ปี หรือ นำไปหักเป็นค่าเสื่อมหรือค่าใช้จ่ายได้ 2 – 2.5 เท่าของมูลค่าการลงทุนจริง (ขึ้นอยู่กับนโยบายในแต่ละปี) และสำหรับภาคประชาชนทั่วไป หากท่านเข้าร่วมโครงการรับซื้อไฟที่เหลือใช้จากภาครัฐ  โดยรัฐกำหนดให้ประชาชนผู้ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ราคา บนหลังคาสามารถขายไฟส่วนที่เหลือหรือไฟที่ผลิตมาเกินจากการใช้งานภายในอาคารให้กับการไฟฟ้า ได้ที่หน่วยละ 2.20 บาท ทำให้การผลิตไฟที่ได้มา หากไม่ได้ถูกนำไปใช้ อย่างน้อยที่สุดประชาชนจะได้ค่าต้นทุนในการผลิตคืน ไม่ถูกทิ้งไปให้เสียเปล่า

 

          สิทธิประโยชน์ทั้งหมดที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้  ถูกนำออกมาเพื่อกระตุ้นให้ทั้งภาคเอกชน และภาคประชาชนทั่วไปหันมาสนใจในการลงทุนติดโซล่าเซลล์หรือพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง และเห็นถึงความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะสิทธิประโยชน์ทั้งหลายที่สนับสนุนโดยภาครัฐ จะทำให้การคืนทุนของผู้ลงทุนมีอัตราที่เร็วขึ้น และได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น ซึ่งสามารถคำนวณได้จากผลบวกของมูลค่าการประหยัดค่าไฟทั้งสิ้น 300 เดือน หรือเท่ากับ 25 ปีหรือมากกว่า รวมกับมูลค่าในการใช้สิทธิขายไฟส่วนเกินคืนภาครัฐ กรณีได้สิทธิ  หรือ มูลค่าในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามที่กล่าวข้างต้น

 

          เมื่อเปรียบเทียบการวัดผลทางการเงิน  ได้แก่ PAY BACK PERIOD  IRR  NPV กับการลงทุนชนิดอื่นๆอาทิเช่น การลงทุนในพลังงานชนิดอื่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การฝากเงิน หรือการลงทุนในหุ้น หรือตราสารหนี้ จะพบว่าการลงทุนในการผลิตไฟฟ้าใช้เองหรือจากระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาหรือโซล่า รูฟท็อป (Solar Rooftop) นั้นได้ผลตอบแทนทางการเงินที่สูงกว่า ในขณะที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า จึงเหมาะที่จะเป็นทางเลือกในการลงทุนระยะยาวเป็นอย่างยิ่ง 

 

ความคุ้มค่าในการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา

 

 

          จึงอาจถือได้ว่าการลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา นั้นคุ้มค่าที่สุด สามารถช่วยผู้ใช้อาคารบ้านเรือนประหยัดค่าไฟ ช่วยลดต้นทุนในการผลิตให้กับเจ้าของโรงงาน  และลดค่าใช้จ่ายให้กับเจ้าของกิจการทุกประเภทในระยะยาว  เบื้องต้นการผลิตไฟฟ้าจากระบบติดโซล่าเซลล์สามารถลดต้นทุนค่าไฟในแต่ละเดือนได้สูงสุดถึง 50% ตลอดอายุการใช้งาน  25 ปี  หรือมากกว่า  ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของผู้ลงทุนนั้นๆ ว่ามีพฤติกรรมตรงกับช่วงเวลาที่การผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ราคาทำงานเต็มที่หรือไม่  หากว่าเป็นเวลาเดียวกัน การใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา ก็จะถือว่าเป็นการใช้ผลผลิตได้อย่างคุ้มค่าที่สุด เพราะไฟที่ผลิตได้จะถูกใช้จนหมดไม่มีส่วนที่ผลิตเกิน และจะทำให้ประหยัดค่าไฟหรือลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้สูงสุดตามที่กล่าวมาข้างต้น 

 

          อย่างไรก็ตามการผลิตไฟฟ้าจากติดแผงโซล่าเซลล์นั้น จะผลิตให้ได้เต็มที่ มีประสิทธิภาพสูงสุดตามที่ผู้ผลิตได้รับประกันไว้หรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างอาทิเช่น รูปแบบในการรับติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ทิศในการติดแผงโซล่าเซลล์ และ ขนาดในการติดโซล่าเซลล์ ตลอดจนกระทั้งสิ่งแวดล้อมต่างๆโดยรอบพื้นที่ติดตั้งที่จะต้องเอื้ออำนวยในการผลิตไฟด้วยว่าจะต้องไม่มีสิ่งปลูกสร้าง หรือวัตถุใดๆมาบดบังแสงอาทิตย์ที่จะตกกระทบลงมาที่แผงโซล่าเซลล์

 

          นอกจากความคุ้มค่าในทางการเงินแล้ว  การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ยังมีผลพลอยได้อย่างอื่นอีก อาทิเช่นช่วยให้บ้านหรืออาคารเย็นขึ้น เพราะเมื่อเราเปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้านก็จะลดลง ลดภาระเครื่องปรับอากาศ ลดการใช้ไฟฟ้า และแน่นอนคือการลดการปลดปล่อยาก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์และน้ำมันในการผลิตไฟฟ้าขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก หรือภาวะโลกร้อน  ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์จึงถือว่าเป็นพลังงานสะอาด ช่วยให้บ้านเย็น และ โลกเย็นลงไปด้วยในคราวเดียวกัน

 

          ความคุ้มค่าในการลงทุนบางครั้งจึงไม่อาจจะตีค่าผลตอบแทนเป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียว หากพิจารณาถึงผลลัพธ์ในด้านอื่นๆด้วยแล้วจะพบคำตอบได้ว่าการลงทุน รับติดตั้งโซล่า เซลล์ บนหลังคาเพื่อประหยัดไฟนั้น คุ้มค่าและตอบโจทย์ในการลงทุนได้ครบในทุกๆด้านทีเดียว 

 

 

ความคุ้มค่าในการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา

 

บริษัทติดตั้งโซล่า เซลล์,รับติดตั้งโซล่า เซลล์,ติดโซล่า เซลล์,โซล่า รูฟ

SOLAR ROOFTOP​

One stop service​

© 2021 Brilliant POWER Company Ltd., All Rights Reserved.​

บริษัทติดตั้งโซล่า เซลล์,รับติดตั้งโซล่า เซลล์,ติดโซล่า เซลล์,โซล่า รูฟ

SOLAR ROOFTOP​

One stop service​

บริษัทติดตั้งโซล่า เซลล์,รับติดตั้งโซล่า เซลล์,ติดโซล่า เซลล์,โซล่า รูฟ

SOLAR ROOFTOP​

One stop service​